โดย...หทัยชนก ขวัญขำ
อารม วรานุศิษฎ์
ปัญหาของเยาวชนไทยทุกวันนี้กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ เริ่มตั้งแต่ปัญหายาเสพติดทุกชนิดที่นำมาเสพเหมือนขนมหวานที่แสนอร่อย ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่และครูบาอาจารย์ ก้าวร้าว ก่ออาชญากรรมโหด เชื่อเพื่อน คลั่งวัตถุนิยม และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เยาวชนไทยลืมคำว่า “คุณธรรม จริยธรรม”
เมื่อคุณธรรมจริยธรรมเสื่อมถอยลงไปเช่นนี้ ความเห็นแก่ตัวก็เข้ามาครอบงำ ทำให้เขาเหล่านี้เกิดค่านิยมที่ผิด จนกลายเป็นความเคยชินของคนในสังคม นำมาซึ่งความเสื่อมเสียทางด้านศีลธรรม เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยพัฒนาด้วยวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่เด็กหรือเยาวชนท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคมก่อนที่จะสายเกินแก้
พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปรารภไว้ด้วยทรงวิตกและห่วงใย ในตอนหนึ่งว่า
“......ความเปลี่ยนแปลงตอนหนึ่งที่น่าวิตกก็คือ ทุกวันนี้ความคิดอ่านและความประพฤติหลายๆอย่างซึ่งแต่ก่อนถือว่าเป็นความชั่ว ความผิด ได้กลายเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับแล้วพากันประพฤติปฎิบัติโดยไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือน จนทำให้เกิดปัญหาและทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมนลงไป ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่จะต้องร่วมกันแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่ละท่านแต่ละฝ่ายต้องยึดหลัการให้มั่นคงที่จะไม่ทำสิ่งใดๆ ที่ชั่วที่เสื่อม ต้องกล้าและบากบั่นที่จะทำแต่สิ่งที่เป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นธรรม.......”
ดังนั้น การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นหน้าที่หลักของสถานศึกษานอกเหนือจากครอบครัวและชุมชนพัฒนามาแล้วระดับหนึ่ง การบริหารและการจัดการศึกษาอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยให้พวกเขาได้พัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ได้ช่วยกันสร้างชุมชนและสังคมให้น่าอยู่ จึงจำเป็นที่จะต้องให้เยาวชนเข้าใจบทบาทของตัวเองในวันนี้เพื่อจะได้กำหนดบทบาทของตัวเองในอนาคตได้อย่างถูกต้อง โดยการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยครูจะต้องเข้ามามีบทบาท เพราะครู คือผู้พัฒนาคุณภาพของคนและสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมรูปแบบใด และคนในสังคมจะเป็นใคร หล่อหลอมมาจากฝีมือของครูทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามการสอนเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมนั้น ต้องอาศัยเวลา เนื่องมาจากเป็นเรื่องของจิตใจที่มีความละเอียดอ่อน จึงค่อยให้ซึมซาบไปทีละน้อย จนเข้าถึงแก่นของหัวใจ ครูจะต้องสร้างความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กที่มีต่อครูก่อน หลังจากนั้นจึงดำเนินการให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
1.ให้เด็กรับรู้ความหมาย วิธีปฏิบัติ ประโยชน์และความสำคัญ
2. จัดกิจกรรมอย่างหลากหลายในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม
3. ให้เด็กได้เห็นคุณค่าของการรักษา ส่งเสริม ปรับปรุงแก้ไขกิจกรรมของตนเอง
4. ประสานความสัมพันธ์กับบุคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและสร้างเสริมพฤติกรรม
5. ยกย่อง ชมเชย ให้ขวัญและกำลังใจเพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงถือเป็นวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่เด็กท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม และขอยกตัวอย่างของ ชวน บุญแสนแผน เพื่อเป็นข้อคิดดังนี้
“ศิษย์จักดีเพราะครูดีเป็นที่ตั้ง
ศิษย์สมหวังรอบรู้เพราะครูเก่ง
ศิษย์จักมีคุณธรรมรู้ยำเกรง
สังคมเองต้องช่วยครูไม่ดูดาย”
อารม วรานุศิษฎ์
ปัญหาของเยาวชนไทยทุกวันนี้กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ เริ่มตั้งแต่ปัญหายาเสพติดทุกชนิดที่นำมาเสพเหมือนขนมหวานที่แสนอร่อย ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่และครูบาอาจารย์ ก้าวร้าว ก่ออาชญากรรมโหด เชื่อเพื่อน คลั่งวัตถุนิยม และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เยาวชนไทยลืมคำว่า “คุณธรรม จริยธรรม”
เมื่อคุณธรรมจริยธรรมเสื่อมถอยลงไปเช่นนี้ ความเห็นแก่ตัวก็เข้ามาครอบงำ ทำให้เขาเหล่านี้เกิดค่านิยมที่ผิด จนกลายเป็นความเคยชินของคนในสังคม นำมาซึ่งความเสื่อมเสียทางด้านศีลธรรม เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยพัฒนาด้วยวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่เด็กหรือเยาวชนท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคมก่อนที่จะสายเกินแก้
พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปรารภไว้ด้วยทรงวิตกและห่วงใย ในตอนหนึ่งว่า
“......ความเปลี่ยนแปลงตอนหนึ่งที่น่าวิตกก็คือ ทุกวันนี้ความคิดอ่านและความประพฤติหลายๆอย่างซึ่งแต่ก่อนถือว่าเป็นความชั่ว ความผิด ได้กลายเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับแล้วพากันประพฤติปฎิบัติโดยไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือน จนทำให้เกิดปัญหาและทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมนลงไป ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่จะต้องร่วมกันแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่ละท่านแต่ละฝ่ายต้องยึดหลัการให้มั่นคงที่จะไม่ทำสิ่งใดๆ ที่ชั่วที่เสื่อม ต้องกล้าและบากบั่นที่จะทำแต่สิ่งที่เป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นธรรม.......”
ดังนั้น การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นหน้าที่หลักของสถานศึกษานอกเหนือจากครอบครัวและชุมชนพัฒนามาแล้วระดับหนึ่ง การบริหารและการจัดการศึกษาอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยให้พวกเขาได้พัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ได้ช่วยกันสร้างชุมชนและสังคมให้น่าอยู่ จึงจำเป็นที่จะต้องให้เยาวชนเข้าใจบทบาทของตัวเองในวันนี้เพื่อจะได้กำหนดบทบาทของตัวเองในอนาคตได้อย่างถูกต้อง โดยการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยครูจะต้องเข้ามามีบทบาท เพราะครู คือผู้พัฒนาคุณภาพของคนและสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมรูปแบบใด และคนในสังคมจะเป็นใคร หล่อหลอมมาจากฝีมือของครูทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามการสอนเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมนั้น ต้องอาศัยเวลา เนื่องมาจากเป็นเรื่องของจิตใจที่มีความละเอียดอ่อน จึงค่อยให้ซึมซาบไปทีละน้อย จนเข้าถึงแก่นของหัวใจ ครูจะต้องสร้างความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กที่มีต่อครูก่อน หลังจากนั้นจึงดำเนินการให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
1.ให้เด็กรับรู้ความหมาย วิธีปฏิบัติ ประโยชน์และความสำคัญ
2. จัดกิจกรรมอย่างหลากหลายในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม
3. ให้เด็กได้เห็นคุณค่าของการรักษา ส่งเสริม ปรับปรุงแก้ไขกิจกรรมของตนเอง
4. ประสานความสัมพันธ์กับบุคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและสร้างเสริมพฤติกรรม
5. ยกย่อง ชมเชย ให้ขวัญและกำลังใจเพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงถือเป็นวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่เด็กท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม และขอยกตัวอย่างของ ชวน บุญแสนแผน เพื่อเป็นข้อคิดดังนี้
“ศิษย์จักดีเพราะครูดีเป็นที่ตั้ง
ศิษย์สมหวังรอบรู้เพราะครูเก่ง
ศิษย์จักมีคุณธรรมรู้ยำเกรง
สังคมเองต้องช่วยครูไม่ดูดาย”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น