
วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555
โมเสก
โมเสกกระดาษ งานทำมือ
เข้าสู่ปลายปีก็ใกล้เทศกาลมอบของขวัญปีใหม่ “งานประดิษฐ์” และงานที่ทำด้วยมือก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จะขายดีช่วงปลายปี ซึ่งวันนี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” ก็มีงานประดิษฐ์เก๋ ๆ อีกรูปแบบมานำเสนอ
โมเสกกระดาษ งานทำมือ
เข้าสู่ปลายปีก็ใกล้เทศกาลมอบของขวัญปีใหม่ “งานประดิษฐ์” และงานที่ทำด้วยมือก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จะขายดีช่วงปลายปี ซึ่งวันนี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” ก็มีงานประดิษฐ์เก๋ ๆ อีกรูปแบบมานำเสนอ กับงาน “โมเสกจากกระดาษ”
ปุก-ประภาศรี ธนีภาพ อายุ 43 ปี เป็นเจ้าของร้าน “ล้านกาปุก” ซึ่งเป็นร้านที่ขายของเกี่ยวกับงานประดิษฐ์ที่ทำด้วยมือ และยังเป็นผู้ที่คิดค้นการทำงาน “โมเสกจากกระดาษ” ซึ่งทำมานานกว่า 2 ปี โดยเจ้าตัวเล่าว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็เข้าทำงานรับราชการ เป็นผู้ควบคุมความประพฤติ
งานนี้คงเป็นงานที่เหนื่อยและหนักเกินไปสำหรับปุก ทำได้เพียง 3 เดือน ปุกก็เริ่มมองหางานใหม่ จนได้งานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงตัดสินใจลาออกจากอาชีพรับราชการ โดยระหว่างที่ทำงานบริษัทอยู่นั้น ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบเรียนรู้ ประกอบกับชอบงานด้านการประดิษฐ์ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ไปลงเรียนอบรมด้านการประดิษฐ์ และหลังจากทำงานบริษัทอยู่ 2 ปี ก็ต้องออกจากงาน เพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำ
หลังออกจากงานก็มานั่งว่างอยู่บ้านได้ระยะหนึ่ง ก็มีโอกาสได้เข้าไปเป็นวิทยากรของเกษตรศาสตร์ สอนศูนย์ กศน.สายอาชีพที่เขตราชเทวี จากนั้นก็ได้เป็นวิทยากรสอนทำดอกไม้ประดิษฐ์จากดินให้กับทหารผ่านศึกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ และด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบอะไรซ้ำซากจำเจ เป็นคนที่มีจินตนาการสูง ปุกจึงพัฒนางานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมาเป็น “งานโมเสกจากกระดาษ” ซึ่งเกิดจากการที่เธอได้เห็นฝาผนังในห้องน้ำที่เป็นงานโมเสกที่ทำจากกระเบื้อง มีลวดลายต่าง ๆ สวยงาม
“ก็เห็นว่ามันน่าจะนำมาดัดแปลงประยุกต์ใช้กับวัสดุที่ไม่แพงและออกมาสวยได้ จึงลองคิดดู ก็เลยได้ออกมาลงตัวที่การใช้กระดาษเป็นวัสดุ แรก ๆ งานส่วนใหญ่จะเป็นลายเส้นธรรมดา จากนั้นก็ค่อย ๆ เรียนผิดเรียนถูกพัฒนางานมาเรื่อย ๆ จนมาเป็นงานโมเสกอย่างที่เห็นในปัจจุบัน”
คนที่คิดจะทำงานประดิษฐ์ ปุก บอกว่า นอกจากจะต้องเป็นคนที่ชอบในงานประดิษฐ์แล้วจำเป็นต้องมีไอเดีย มีจิตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ไม่หยุดนิ่ง ต้องคิดงานใหม่ ๆ ออกมาตลอดเวลา ถึงจะได้ลูกค้าที่หลากหลายกลุ่ม และก็จะอยู่รอด
สำหรับการทำโมเสกจากกระดาษ อุปกรณ์นั้นมีดังนี้คือ กระดาษแข็ง (ใช้แบบที่หนาที่สุด), กระดาษชานอ้อย, สีอะคริลิก, กาวลาเท็กซ์, ครีมสร้างลายนูน, ยูรีเทรนสูตรน้ำสำหรับเคลือบเงา, พู่กันระบายสี, ไดร์เป่าผม
อุปกรณ์ทั้งหมดนี้สามารถหาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนทั่วไป

การทำ
ขั้นแรกเริ่มจากการคิดว่าจะทำอะไร อาทิ กล่องใส่ทิซชู ก็นำกระดาษแข็งชนิดที่หนาที่สุดมาทำการตัดและขึ้นรูปโดยใช้กาวลาเท็กซ์เป็นตัวยึดให้เป็นชิ้นงานที่ต้องการ
จากนั้นตัดกระดาษชานอ้อยให้เป็นชิ้น ๆ จะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม วงกลม หรือสามเหลี่ยม ขนาดจะเล็กหรือใหญ่ ตัดตามต้องการโดยใช้จินตนาการ แล้วก็นำกระดาษชานอ้อยที่ตัดเสร็จแล้วนำไปติดบนชิ้นงานที่ขึ้นรูปไว้ด้วยกาวลาเท็กซ์
การติดกระดาษแต่ละชิ้นต้องให้มีความห่างกันพอสมควร ไม่ควรติดกันจนแน่นเกินไป เมื่อติดเสร็จเรียบร้อยก็ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นใช้เนื้อครีมสร้างลายนูนทำการยาลงไปตามแนวร่องของกระดาษ
“วิธีการยาแนวก็ไม่ยาก ใช้นิ้วป้ายครีมสร้างลายนูนแล้วก็ทาลงไปตามแนวร่องให้ทั่ว โดยไม่ลงหนาจนเกินไป การยาแนวนั้นจะต้องยาให้ดีไม่ให้เกิดฟองอากาศ ถ้าเกิดฟองอากาศก็ยาทับให้แน่นเพื่อความสวยงาม”
เมื่อลงเนื้อครีมสร้างลายนูนเสร็จก็ทำการลงสีตามความต้องการได้ทันที ไม่ต้องรอให้ครีมแห้ง ในกรณีที่ลงครีมไม่หนามาก แต่ถ้าลงเนื้อครีมหนาเกินควรทิ้งไว้ให้แห้งก่อนลงสีประมาณ 30 นาที หลังจากสีแห้งก็ทำการเคลือบเงาด้วยยูรีเทรนสูตรน้ำ เท่านี้ก็เสร็จ
รูปหรือลวดลายต่าง ๆ สามารถใช้สีวาดลงไปก็ได้ หรือใช้รูปภาพติดแทนก็ได้
“การทำโมเสกจากกระดาษนั้นสามารถทำได้กับหลายวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นไม้ยาง, ไม้อัด, กระจก หรือแม้แต่ทำบนเทียนไข วิธีการทำก็เหมือนทำบนกระดาษ เพียงแต่เราเปลี่ยนวัสดุ” ปุกบอก
งานโมเสกจากกระดาษเป็นงานที่ทำต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอื่น ๆ ได้ด้วย อย่างเช่น กรอบรูปที่เรียบ ๆ ธรรมดา ถ้าลงเทคนิคการทำโมเสกจากกระดาษเข้าไป กรอบรูปนั้นก็จะมีราคาที่เพิ่มขึ้นมาทันที
ผลงานของปุกกับงานโมเสกจากกระดาษนั้น มีมากมายหลากหลาย มีตั้งแต่ของขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นที่ติดตู้เย็น กรอบรูป กล่องใส่ของ นาฬิกา ที่แขวนผนัง และอื่น ๆ โดยมีราคาตั้งแต่ 40-750 บาท ราคาก็จะขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่ายของลวดลายในแต่ละชิ้น
ใครสนใจงาน “โมเสกจากกระดาษ” ของร้านล้านกาปุก ร้านนี้อยู่ที่ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ชั้น 3 โซนที่ขายงานประดิษฐ์ รับสั่งทำตามออร์เดอร์ หรือสนใจจะติดต่อปุกให้ไปสอนการทำงานประดิษฐ์ งานฝีมือ และงานที่ด้วยมือก็โทรศัพท์สอบถามได้ที่ โทร.08-1398-3714
เข้าสู่ปลายปีก็ใกล้เทศกาลมอบของขวัญปีใหม่ “งานประดิษฐ์” และงานที่ทำด้วยมือก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จะขายดีช่วงปลายปี ซึ่งวันนี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” ก็มีงานประดิษฐ์เก๋ ๆ อีกรูปแบบมานำเสนอ กับงาน “โมเสกจากกระดาษ”
ปุก-ประภาศรี ธนีภาพ อายุ 43 ปี เป็นเจ้าของร้าน “ล้านกาปุก” ซึ่งเป็นร้านที่ขายของเกี่ยวกับงานประดิษฐ์ที่ทำด้วยมือ และยังเป็นผู้ที่คิดค้นการทำงาน “โมเสกจากกระดาษ” ซึ่งทำมานานกว่า 2 ปี โดยเจ้าตัวเล่าว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็เข้าทำงานรับราชการ เป็นผู้ควบคุมความประพฤติ
งานนี้คงเป็นงานที่เหนื่อยและหนักเกินไปสำหรับปุก ทำได้เพียง 3 เดือน ปุกก็เริ่มมองหางานใหม่ จนได้งานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงตัดสินใจลาออกจากอาชีพรับราชการ โดยระหว่างที่ทำงานบริษัทอยู่นั้น ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบเรียนรู้ ประกอบกับชอบงานด้านการประดิษฐ์ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ไปลงเรียนอบรมด้านการประดิษฐ์ และหลังจากทำงานบริษัทอยู่ 2 ปี ก็ต้องออกจากงาน เพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำ
หลังออกจากงานก็มานั่งว่างอยู่บ้านได้ระยะหนึ่ง ก็มีโอกาสได้เข้าไปเป็นวิทยากรของเกษตรศาสตร์ สอนศูนย์ กศน.สายอาชีพที่เขตราชเทวี จากนั้นก็ได้เป็นวิทยากรสอนทำดอกไม้ประดิษฐ์จากดินให้กับทหารผ่านศึกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ และด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบอะไรซ้ำซากจำเจ เป็นคนที่มีจินตนาการสูง ปุกจึงพัฒนางานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมาเป็น “งานโมเสกจากกระดาษ” ซึ่งเกิดจากการที่เธอได้เห็นฝาผนังในห้องน้ำที่เป็นงานโมเสกที่ทำจากกระเบื้อง มีลวดลายต่าง ๆ สวยงาม
“ก็เห็นว่ามันน่าจะนำมาดัดแปลงประยุกต์ใช้กับวัสดุที่ไม่แพงและออกมาสวยได้ จึงลองคิดดู ก็เลยได้ออกมาลงตัวที่การใช้กระดาษเป็นวัสดุ แรก ๆ งานส่วนใหญ่จะเป็นลายเส้นธรรมดา จากนั้นก็ค่อย ๆ เรียนผิดเรียนถูกพัฒนางานมาเรื่อย ๆ จนมาเป็นงานโมเสกอย่างที่เห็นในปัจจุบัน”
คนที่คิดจะทำงานประดิษฐ์ ปุก บอกว่า นอกจากจะต้องเป็นคนที่ชอบในงานประดิษฐ์แล้วจำเป็นต้องมีไอเดีย มีจิตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ไม่หยุดนิ่ง ต้องคิดงานใหม่ ๆ ออกมาตลอดเวลา ถึงจะได้ลูกค้าที่หลากหลายกลุ่ม และก็จะอยู่รอด
สำหรับการทำโมเสกจากกระดาษ อุปกรณ์นั้นมีดังนี้คือ กระดาษแข็ง (ใช้แบบที่หนาที่สุด), กระดาษชานอ้อย, สีอะคริลิก, กาวลาเท็กซ์, ครีมสร้างลายนูน, ยูรีเทรนสูตรน้ำสำหรับเคลือบเงา, พู่กันระบายสี, ไดร์เป่าผม
อุปกรณ์ทั้งหมดนี้สามารถหาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนทั่วไป
การทำ
“การทำโมเสกจากกระดาษนั้นสามารถทำได้กับหลายวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นไม้ยาง, ไม้อัด, กระจก หรือแม้แต่ทำบนเทียนไข วิธีการทำก็เหมือนทำบนกระดาษ เพียงแต่เราเปลี่ยนวัสดุ” ปุกบอก
งานโมเสกจากกระดาษเป็นงานที่ทำต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอื่น ๆ ได้ด้วย อย่างเช่น กรอบรูปที่เรียบ ๆ ธรรมดา ถ้าลงเทคนิคการทำโมเสกจากกระดาษเข้าไป กรอบรูปนั้นก็จะมีราคาที่เพิ่มขึ้นมาทันที
ผลงานของปุกกับงานโมเสกจากกระดาษนั้น มีมากมายหลากหลาย มีตั้งแต่ของขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นที่ติดตู้เย็น กรอบรูป กล่องใส่ของ นาฬิกา ที่แขวนผนัง และอื่น ๆ โดยมีราคาตั้งแต่ 40-750 บาท ราคาก็จะขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่ายของลวดลายในแต่ละชิ้น
ใครสนใจงาน “โมเสกจากกระดาษ” ของร้านล้านกาปุก ร้านนี้อยู่ที่ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ชั้น 3 โซนที่ขายงานประดิษฐ์ รับสั่งทำตามออร์เดอร์ หรือสนใจจะติดต่อปุกให้ไปสอนการทำงานประดิษฐ์ งานฝีมือ และงานที่ด้วยมือก็โทรศัพท์สอบถามได้ที่ โทร.08-1398-3714
handmade doll
ตุ๊กตาผ้า ทำด้วยมือ Handmade doll clothes
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว ทำด้วยมือ หรือ ชาว handmade ทุกคน หลังจากที่ต้องรับภาระกิจอันใหญ่หลวง ที่ต้องทำ Prroject นรคนั้น ก็ต้องมีอันต้องหยุดการเขียนหรือ update ข้อมูลข่าวสารการทำด้วยมือไปชั่วขณะ
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว ทำด้วยมือ หรือ ชาว handmade ทุกคน
หลังจากที่ต้องรับภาระกิจอันใหญ่หลวง ที่ต้องทำ Prroject นรคนั้น
ก็ต้องมีอันต้องหยุดการเขียนหรือ update ข้อมูลข่าวสารการทำด้วยมือไปชั่วขณะ
แล้วในที่สุด Project นรค ก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี
หลายครั้งที่เข้ามาดู หลังบ้าน เพื่อน ๆ ทุกท่านต่างก็เรียกร้อง
การทำตุ๊กตาผ้า ที่ทำด้วยมือมา ทั้งวิธีการทำต่าง ๆ มากันเป็นจำนวนมาก
วันนี้ผมได้ดู Clip vdo ที่ youtube มาก็เห็นว่า นี่แหละสิ่งที่เพื่อน ๆ
ชาวด้วยมือทั้งหลายกำลังต้องการ ลองดูนะครับ แล้วก็ดูให้จบนะครับ
เพื่อน ๆ จะได้อะไรอย่างที่ใจคาดหวังแน่นอนเลย ผมเชื่ออย่างนั้น
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สุกมั๊ยครับ
แล้วได้อะไรจากการดู clip vdo นี้บ้างครับ
ที่เพื่อน ๆ ชาวทำด้วยมือเรียกร้องกันมาเรื่องการทำตุ๊กตาผ้าี่ นั้น
นี่แหละคือคำตอบครับ
การทำตุ๊กตาผ้าด้วยมือนั้น เราไม่จำเ้ป็นจะต้องประดิษฐ์ี่ ให้มันสวยงามอะไรมากนัก
ขอแค่มีความปราณีต และมีี่เอกลักษ์ี่ที่เป็นของตัวเอง มีี่ไอเดียที่เป็นของตัวเอง
ยกตัวอย่าง Clip Vdo ที่ได้ดูกันตุ๊กตาผ้าี่ของเค้าแต่ละตัวนั้น
เค้าไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามหรือความน่ารักคิกขุ อาโนเนะ อะไรมากมายเลย
แต่เค้าเน้นเรื่องการมีเอกลักษ์ี่เป็นของตัวเอง
แม้ว่าี่ตุ๊กตาี่ของเค้าบางตัวอาจจะออกแนว ซาตาน หรือแนวน่ากลัวนิด ๆ
แต่ก็มีความน่ารักในตัวมันเอง นั้นแหละครับ ที่เค้าเรียกว่าเอกลักษ์ของตัวมันเอง
เพื่อน ๆ คงจะได้ี่ ไอเดีย กันบ้างนะครับ ไม่มากก็น้อย
แค่คิดต่าง ทำต่าง ให้ี่มีเอกลักเป็นของตัวเอง หรือรูปแบบของเราเอง
รับรองตุ๊กตาผ้าี่ที่เพื่อน ๆ ชาวทำด้วยมือทุกคนอยากจะทำนั้น ต้องออกไม่เหมือนใครแน่นอน
เดี๋ยวนี้ อะไรที่แปลกใหม่ ย่อมเป็นที่ต้องการของตลาดครับ
คิดด้วยใจแล้วทำด้วยมือ นะครับ คิดก่อนทำก่อน รวยก่อนนะครับพี่น้อง
By อ้ายแป้บ

หลังจากที่ต้องรับภาระกิจอันใหญ่หลวง ที่ต้องทำ Prroject นรคนั้น
ก็ต้องมีอันต้องหยุดการเขียนหรือ update ข้อมูลข่าวสารการทำด้วยมือไปชั่วขณะ
แล้วในที่สุด Project นรค ก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี
หลายครั้งที่เข้ามาดู หลังบ้าน เพื่อน ๆ ทุกท่านต่างก็เรียกร้อง
การทำตุ๊กตาผ้า ที่ทำด้วยมือมา ทั้งวิธีการทำต่าง ๆ มากันเป็นจำนวนมาก
วันนี้ผมได้ดู Clip vdo ที่ youtube มาก็เห็นว่า นี่แหละสิ่งที่เพื่อน ๆ
ชาวด้วยมือทั้งหลายกำลังต้องการ ลองดูนะครับ แล้วก็ดูให้จบนะครับ
เพื่อน ๆ จะได้อะไรอย่างที่ใจคาดหวังแน่นอนเลย ผมเชื่ออย่างนั้น
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สุกมั๊ยครับ
แล้วได้อะไรจากการดู clip vdo นี้บ้างครับ
ที่เพื่อน ๆ ชาวทำด้วยมือเรียกร้องกันมาเรื่องการทำตุ๊กตาผ้าี่ นั้น
นี่แหละคือคำตอบครับ
การทำตุ๊กตาผ้าด้วยมือนั้น เราไม่จำเ้ป็นจะต้องประดิษฐ์ี่ ให้มันสวยงามอะไรมากนัก
ขอแค่มีความปราณีต และมีี่เอกลักษ์ี่ที่เป็นของตัวเอง มีี่ไอเดียที่เป็นของตัวเอง
ยกตัวอย่าง Clip Vdo ที่ได้ดูกันตุ๊กตาผ้าี่ของเค้าแต่ละตัวนั้น
เค้าไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามหรือความน่ารักคิกขุ อาโนเนะ อะไรมากมายเลย
แต่เค้าเน้นเรื่องการมีเอกลักษ์ี่เป็นของตัวเอง
แม้ว่าี่ตุ๊กตาี่ของเค้าบางตัวอาจจะออกแนว ซาตาน หรือแนวน่ากลัวนิด ๆ
แต่ก็มีความน่ารักในตัวมันเอง นั้นแหละครับ ที่เค้าเรียกว่าเอกลักษ์ของตัวมันเอง
เพื่อน ๆ คงจะได้ี่ ไอเดีย กันบ้างนะครับ ไม่มากก็น้อย
แค่คิดต่าง ทำต่าง ให้ี่มีเอกลักเป็นของตัวเอง หรือรูปแบบของเราเอง
รับรองตุ๊กตาผ้าี่ที่เพื่อน ๆ ชาวทำด้วยมือทุกคนอยากจะทำนั้น ต้องออกไม่เหมือนใครแน่นอน
เดี๋ยวนี้ อะไรที่แปลกใหม่ ย่อมเป็นที่ต้องการของตลาดครับ
คิดด้วยใจแล้วทำด้วยมือ นะครับ คิดก่อนทำก่อน รวยก่อนนะครับพี่น้อง
By อ้ายแป้บ
handmade
ประดิษฐ์จากเศษผ้า Invention of rag
เดินไปเดินมา ไม่รู้จะทำอะไรดี เฮ้อ….
เก็บกวาดบ้านดีกว่า เก็บไปเก็บมาก็เป็นที่เรียบร้อย เครียขยะทิ้งไปก็เยอะ หันไปหันมาก็นึกขึ้นได้ว่า เสื่อผ้าเต็มตู้ไปหมด ไม่ได้ใสเลย ขาดก็มีจะทิ้งก็เสียดาย ทำอะไรดีน้ออออ…..ปิ๊ง !!!…นึกออกแล้ว เอาผ้ามายำดีกว่า
ครับถูกแล้วครับ ยำครับ ยำผ้าครับ ปรกติเราจะเห็นแต่ยำรวมมิตร ทะเล ยำวุ้นเส้น
ยำลูกชิ้น แต่วันนี้เราจะมายำผ้ากัน ที่บอกว่ายำผ้านั้น ผมหมายถึงการที่เราจะเอาผ้า หรือเศษผ้าที่เราไม่ใช้แล้วมายำรวมกันให้มันเป็น งานฝีมือ หรือ งานที่ทำด้วยมือ เรียกอีกอย่าอ่ะ ว่า Handmade นั้นเองครับ
ขั้นตอนก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่เลือกผ้า หรือลายเศษผ้าที่มีสีสด ๆ หน่อย หรือลายน่ารัก ๆ แปลก ๆ มาตัด อ้อ ที่ลืมไได้เลยก็คือ จินตนาการครับ หรือไอเดียแปลก แล้วลองร่างแบบออกมาดูก่อน แล้วค่อย ตัดแต่ ตัดปะ ตามแบบที่เราได้ทำเอาไว้
ก็อย่างที่เคยบอกกันไว้หลายต่อหลายตอนว่า จินตนาการ ไอเดียแปลก ๆ คิดหรือเค้นมันออกมาครับ แล้วเราจะได้ผลงานชิ้นงามออกมาครับ
ถ้าใครยังคิดตามไม่ค่อยจะทัน อ่ะ…. นี่เลยครับ ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะเป็น แรงบัลดาลใจให้เกิิดไอเดียได้บ้างครับ


ยำลูกชิ้น แต่วันนี้เราจะมายำผ้ากัน ที่บอกว่ายำผ้านั้น ผมหมายถึงการที่เราจะเอาผ้า หรือเศษผ้าที่เราไม่ใช้แล้วมายำรวมกันให้มันเป็น งานฝีมือ หรือ งานที่ทำด้วยมือ เรียกอีกอย่าอ่ะ ว่า Handmade นั้นเองครับ
ขั้นตอนก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่เลือกผ้า หรือลายเศษผ้าที่มีสีสด ๆ หน่อย หรือลายน่ารัก ๆ แปลก ๆ มาตัด อ้อ ที่ลืมไได้เลยก็คือ จินตนาการครับ หรือไอเดียแปลก แล้วลองร่างแบบออกมาดูก่อน แล้วค่อย ตัดแต่ ตัดปะ ตามแบบที่เราได้ทำเอาไว้
ก็อย่างที่เคยบอกกันไว้หลายต่อหลายตอนว่า จินตนาการ ไอเดียแปลก ๆ คิดหรือเค้นมันออกมาครับ แล้วเราจะได้ผลงานชิ้นงามออกมาครับ
ถ้าใครยังคิดตามไม่ค่อยจะทัน อ่ะ…. นี่เลยครับ ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะเป็น แรงบัลดาลใจให้เกิิดไอเดียได้บ้างครับ
โคมไฟรีไซเคิล
โคมไฟรีไซเคิล แฮนด์เมด
ใครจะไปคิดครับว่าขวดพลาสติก ของเหลือใช้แล้วจะนำมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ได้ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดีย แนวความคิดของคนทำมือครับ ที่ไม่ยอมให้อะไรต่อมิอะไรเสียเปล่า จึงต้องนำสิ่งของเหลือใช้เหล่านี้มารีไซเคิล ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ
เป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งของคุณ สุภานี หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า อาจารย์ ‘กบ’ เจ้าของผลงานโคมไฟลดโลกร้อน…จากขวดน้ำอัดลมครับ ที่สามารถมองลึงเข้าไปถึงแก่นแท้ของขวดน้ำอักลมเหลือใช้ นำมาประดิษเป็นโคมไฟรีไซเคิล ที่แสนสวยงามครับ เห็นได้ว่า ไม่มีอะไรเสียเปล่าเลยถ้าเรารู้จักนำสิ่งของเหลือใช้มาประดิษ หรือดัดแปลงสร้างสรรค์งานศิลปออกมา งานฝีมือหรืองานทำด้วยมือ จะมีค่ามากมายกว่าที่คุณคิดครับ
โคมไฟรีไซเคิล แฮนด์เมด
วิธีการทำ
1. นำขวดมาล้างให้สะอาด ด้านนอกเช็ดด้วยทินเนอร์ทิ้งไว้ให้แห้ง
2. ตัดก้นขวดออกตามรอยหยัก นำแม่แบบเข้าไปวางทาบในขวด แล้วใช้ปากาเคมีวาดด้านนอกขวดตามแบบ
3. ใช้หัวแร้งใบมีดที่มีความร้อนตัดตามรอยวาดเอาไว้จนครบ ล้างน้ำให้สะอาด เช็ดด้วยทินเนอร์
4. นำสีมาเพ้นท์ตามลวดลายตามต้องการ และตกแต่งประดับให้สวยงาม
5. นำหลอดไฟมาติดด้านใน ทดสอบว่าติดหรือไม่ เตรียมจำหน่าย
หากคุณกำลังมองหาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ นี่เป็นอีกผลงานหนึ่งที่ได้นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลกับหลายๆ ท่านที่กำลังมองไม่เห็นหนทางการการทำธุรกิจกิจ หรือนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดีในยามเศรษฐกิจแบบนี้ หากท่านใดสนใจต้องการที่จะเรียนรู้กี่ทำโคมไฟลดดลร้อน อาชีพที่สามารถสร้างผลกำไรให้คุณได้เกิน 100 % จริง !! หรือสนใจสินค้าเพื่อนำไปตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร โรงแรม เป็นของฝากของขวัญให้กับคนพิเศษ สามารถติดต่อ ได้ที่ คุณสุภานี หรืออาจารย์กบ 08-3919-8387 หรือไปชมด้วยตนเองที่ร้านในฝัน เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรีก้ได้นะค่ะ
Categories: Handmade ของแต่งบ้าน, หยิบมาเล่า
Tags: งานฝีมือ, ดัดแปลงสร้างสรรค์, ดีไซน์สวย, ทำด้วยมือ, ประดิษ, รีไซเคิล, โคมไฟ, โคมไฟรีไซเคิล, ไอเดีย, ไอเดียกิ๊ฟเก๋
Tags: งานฝีมือ, ดัดแปลงสร้างสรรค์, ดีไซน์สวย, ทำด้วยมือ, ประดิษ, รีไซเคิล, โคมไฟ, โคมไฟรีไซเคิล, ไอเดีย, ไอเดียกิ๊ฟเก๋
By Mr.Handmade on กุมภาพันธ์ 7th, 2011
‘แอพพลิเก้’ แฮนด์เมดขย้ำไอเดีย ทำเองได้แบบชิวๆ
คำว่า “แอพพลิเก้” (appliqué) เป็นภาษาฝรั่งเศสมีความหมายถึงงานหัตถกรรมประเภทเย็บปักถักร้อย ซึ่งหนุ่มสาวไทยกลุ่มหนึ่ง ได้หยิบคำนี้ มาตั้งเป็นชื่อร้านและชื่อแบรนด์สินค้าของตัวเอง ภายใต้แนวคิด สินค้าทำมือที่สร้างสรรค์จากไอเดีย ออกมาในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป ช่วยให้ทุกคนสามารถทำงานฝีมือได้เองแบบง่ายๆ เติมเต็มความต้องการคนรุ่นใหม่ที่รักงานแฮนด์เมด
ธวัชชัย เสรีเด่นชัย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แฮนด์เวิร์คส จำกัด หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน “แอพพลิเก้” เล่าว่า ธุรกิจนี้เกิดจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่ต่างเรียนและทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ แต่อยากมาทำธุรกิจร่วมกัน โดยเป็นสินค้าที่ผสมผสานกันระหว่างงานดีไซน์และแฮนด์เมด ลักษณะ D.I.Y (do-it-yourself) ให้ลูกค้าซื้อไปทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆ

“ไอเดียธุรกิจ เกิดจากที่พวกเราเห็นว่า งานแฮนด์เมดที่สวยๆ คนที่จะทำได้ต้องมีฝีมือหรือทักษะเฉพาะตัว ที่ใช้เวลาฝึกฝนนาน สำหรับคนทั่วไปแล้วไม่สามารถทำได้ ทั้งที่จริง คนอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่นก็อยากทำสินค้าแฮนด์เมดสวยๆ ได้บ้าง พวกเราจึงคิดว่า หากผลิตสินค้างานฝีมือกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีดีไซน์แปลกๆ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ น่าจะมาช่วยตอบสนองความต้องการในจุดนี้ได้”
พวกเขาใช้ทุนเริ่มต้น จดทะเบียนบริษัทกว่า 4 ล้านบาท เริ่มธุรกิจเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งช่วงปีแรก ถือเป็นการลองผิดลองถูก และทดสอบตลาด โดยเปิดหน้าร้านที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า สินค้าภายในร้านมีทั้งผลิตเอง เช่น ตุ๊กตา พวงกุญแจ ฯลฯ ในรูปแบบแฮนด์เมดกึ่งสำเร็จให้ลูกค้านำไปเย็บ หรือประกอบด้วยตัวเอง รวมถึง นำเข้าวัตถุดิบ และสินค้าแฮนด์เมดต่างประเทศ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นผู้นำตลาดงานประเภทนี้ เช่น ผ้าไหม ลูกปัด ริบบิ้น ฯลฯ

หลังทดสอบผลิตสินค้าหลายๆ ตัว จนที่สุด ได้พระเอกที่ถือเป็นจุดขายประจำร้าน นั่นคือ งาน “iron-on motif” หรือที่คนทั่วไปจะคุ้นเคยในลักษณะแผ่นตัวอักษร หรือตัวการ์ตูนที่ใช้รีดติดบนเสื้อนั่นเอง
“งาน iron-on motif เป็นเทคนิคที่ใช้ในงานฝีมือต่างๆ อยู่แล้ว มีขายกันทั่วโลก รูปแบบจะแตกต่างกันไป ซึ่งของเราเน้นนำมาใส่ดีไซน์ ออกแบบใหม่ให้มีสีสัน รูปแบบสะดุดตา และจัดเป็นชุดต่างๆ เพิ่มความน่าสนใจ นอกจากนั้น ที่สำคัญมาก คือ นำเข้าเครื่องจักรที่ใช้ตัดรูปทรงต่างๆ ด้วยเลเซอร์ ทำให้ได้งานที่สวยงาม สามารถตัดลวดลายที่ซับซ้อนมากๆ ได้ ซึ่งปัจจุบัน เราเป็นผู้ผลิตรายเดียวในประเทศที่ใช้เทคนิคนี้”

สำหรับตัดรีดที่ผลิตขึ้น เน้นงานผ้ากำมะหยี เพราะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ และนุ่มนวล ขณะที่คุณสมบัติสามารถติดบนวัตถุสิ่งทอได้ทั้งหมด ขั้นตอนการติดแค่นำตัวรีดลงบนสินค้าที่ต้องการ โดยให้ด้านกาวติดกับสินค้า ใช้ผ้าเช็ดหน้ารองคั่นกลาง แล้วใช้เตารีด รีดด้วยความร้อนปานกลาง เพียงไม่กี่วินาทีตัวรีดก็จะติดลงบนสินค้าแล้ว ซึ่งความเหนียวแน่นคงทนมีอายุมากกว่า 1 ปี และสามารถซักในเครื่องซักผ้าได้ โดยไม่หลุดร่อนออกมา
เมื่อมีตัวรีดเป็นพระเอกประจำร้านแล้ว สินค้าตัวอื่นๆ ที่ทำขึ้น ล้วนเจาะจงให้เกี่ยวเนื่องกับตัวรีดทั้งสิ้น เช่น เสื้อยืด กระเป๋าผ้า ตุ๊กตา ฯลฯ จะเว้นที่ว่างให้ลูกค้าซื้อตัวรีดแบบต่างๆ มาติดลงบนสินค้าตามใจของตัวเอง ซึ่งตัวรีดมีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบตัวเดี่ยว จัดชุด ดีไซน์เป็นตัวอักษร ตัวเลข ตัวการ์ตูน สัตว์ ดอกไม้ ผลไม้ ฯลฯ รวมแล้วมีมากกว่าพันรายการทีเดียว ส่วนราคาสินค้าในร้าน จะแตกต่างกันไป เริ่มต้นที่ 30 บาทถึงสูงสุด ประมาณ 1,000 บาท ได้แก่ กระเป๋าผ้า

ธวัชชัย อธิบายการทำงาน หน้าที่ออกแบบเป็นของหนึ่งในหุ้นส่วนธุรกิจ ซึ่งจบด้านศิลปะคอยเป็นหลักในการวางรูปแบบ ส่วนการผลิตใช้วิธีว่าจ้างโรงงานภายนอก ขณะที่การตลาด สัดส่วนจะแบ่งเป็นขายในประเทศ และต่างประเทศอย่างละครึ่ง โดยตลาดภายในเน้นขายผ่านหน้าร้าน ซึ่งปัจจุบันมี 3 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า สยามสแควร์ ซ.4 และห้างสยามพารากอน ส่วนตลาดต่างประเทศ จะเน้นออกงานแฟร์สินค้าของขวัญ ลูกค้าหลักได้แก่ ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ เป็นต้น
“ร้านแอพพลิเก้ มีแนวคิดหลักต้องการให้คนที่รักงานแฮนด์เมด แต่ยังไม่คุ้นเคยกับงานแฮนด์เมดมากนัก สามารถมาเริ่มต้นได้ง่ายๆ ซึ่งจากดีไซน์ที่แตกต่าง ทำให้เราได้กลุ่มลูกค้าที่กว้างกว่าที่คิดไว้ ตอนแรกวางไว้ที่วัยรุ่น แต่ผลตอบรับที่ผ่านมา คนวัยทำงาน เรื่อยไปถึงสุภาพสตรีวัยผู้ใหญ่ และกลุ่มแม่บ้านก็สนใจงานของเราไม่น้อย ทำให้ผมมั่นใจว่า สินค้าของเรามีศักยภาพที่จะเปิดตลาดได้อีกมาก”

แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจเวลานี้ จะชะลอตัว แต่สำหรับเอสเอ็มอีไทยรายนี้ กลับสวนกระแส ธวัชชัย ระบุว่า ช่วง 3 ปีที่ทำธุรกิจนี้มาถือเป็นเวลาลงทุน จนปัจจุบันผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจดีขึ้นต่อเนื่อง และมีฐานลูกค้าประจำค่อนข้างแน่นอนแล้ว คาดว่าจะคืนทุนและได้กำไรอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งการเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจดังกล่าว คิดว่าเป็นเพราะสินค้ามีจุดต่าง และเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มไม่อิงกระแสตลาด รวมถึง ลูกค้าหลักเป็นผู้มีศักยภาพในการซื้อสูง
สำหรับแผนธุรกิจ ในอนาคตนั้น จะเร่งทำตลาดให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผ่านการสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง เพิ่มตัวแทนจำหน่าย และออกสินค้าใหม่ๆ สม่ำเสมอ นอกจากนั้น เพิ่มสินค้าสู่กลุ่มของตกแต่งบ้าน เพื่อขยายฐานลูกค้าอีกด้วย
*************************
โทร.0-2634-4133 , 08-9199-4634 หรือ www.appliqueshop.com
อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์
ธวัชชัย เสรีเด่นชัย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แฮนด์เวิร์คส จำกัด หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน “แอพพลิเก้” เล่าว่า ธุรกิจนี้เกิดจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่ต่างเรียนและทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ แต่อยากมาทำธุรกิจร่วมกัน โดยเป็นสินค้าที่ผสมผสานกันระหว่างงานดีไซน์และแฮนด์เมด ลักษณะ D.I.Y (do-it-yourself) ให้ลูกค้าซื้อไปทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆ
“ไอเดียธุรกิจ เกิดจากที่พวกเราเห็นว่า งานแฮนด์เมดที่สวยๆ คนที่จะทำได้ต้องมีฝีมือหรือทักษะเฉพาะตัว ที่ใช้เวลาฝึกฝนนาน สำหรับคนทั่วไปแล้วไม่สามารถทำได้ ทั้งที่จริง คนอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่นก็อยากทำสินค้าแฮนด์เมดสวยๆ ได้บ้าง พวกเราจึงคิดว่า หากผลิตสินค้างานฝีมือกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีดีไซน์แปลกๆ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ น่าจะมาช่วยตอบสนองความต้องการในจุดนี้ได้”
พวกเขาใช้ทุนเริ่มต้น จดทะเบียนบริษัทกว่า 4 ล้านบาท เริ่มธุรกิจเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งช่วงปีแรก ถือเป็นการลองผิดลองถูก และทดสอบตลาด โดยเปิดหน้าร้านที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า สินค้าภายในร้านมีทั้งผลิตเอง เช่น ตุ๊กตา พวงกุญแจ ฯลฯ ในรูปแบบแฮนด์เมดกึ่งสำเร็จให้ลูกค้านำไปเย็บ หรือประกอบด้วยตัวเอง รวมถึง นำเข้าวัตถุดิบ และสินค้าแฮนด์เมดต่างประเทศ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นผู้นำตลาดงานประเภทนี้ เช่น ผ้าไหม ลูกปัด ริบบิ้น ฯลฯ
หลังทดสอบผลิตสินค้าหลายๆ ตัว จนที่สุด ได้พระเอกที่ถือเป็นจุดขายประจำร้าน นั่นคือ งาน “iron-on motif” หรือที่คนทั่วไปจะคุ้นเคยในลักษณะแผ่นตัวอักษร หรือตัวการ์ตูนที่ใช้รีดติดบนเสื้อนั่นเอง
“งาน iron-on motif เป็นเทคนิคที่ใช้ในงานฝีมือต่างๆ อยู่แล้ว มีขายกันทั่วโลก รูปแบบจะแตกต่างกันไป ซึ่งของเราเน้นนำมาใส่ดีไซน์ ออกแบบใหม่ให้มีสีสัน รูปแบบสะดุดตา และจัดเป็นชุดต่างๆ เพิ่มความน่าสนใจ นอกจากนั้น ที่สำคัญมาก คือ นำเข้าเครื่องจักรที่ใช้ตัดรูปทรงต่างๆ ด้วยเลเซอร์ ทำให้ได้งานที่สวยงาม สามารถตัดลวดลายที่ซับซ้อนมากๆ ได้ ซึ่งปัจจุบัน เราเป็นผู้ผลิตรายเดียวในประเทศที่ใช้เทคนิคนี้”
สำหรับตัดรีดที่ผลิตขึ้น เน้นงานผ้ากำมะหยี เพราะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ และนุ่มนวล ขณะที่คุณสมบัติสามารถติดบนวัตถุสิ่งทอได้ทั้งหมด ขั้นตอนการติดแค่นำตัวรีดลงบนสินค้าที่ต้องการ โดยให้ด้านกาวติดกับสินค้า ใช้ผ้าเช็ดหน้ารองคั่นกลาง แล้วใช้เตารีด รีดด้วยความร้อนปานกลาง เพียงไม่กี่วินาทีตัวรีดก็จะติดลงบนสินค้าแล้ว ซึ่งความเหนียวแน่นคงทนมีอายุมากกว่า 1 ปี และสามารถซักในเครื่องซักผ้าได้ โดยไม่หลุดร่อนออกมา
เมื่อมีตัวรีดเป็นพระเอกประจำร้านแล้ว สินค้าตัวอื่นๆ ที่ทำขึ้น ล้วนเจาะจงให้เกี่ยวเนื่องกับตัวรีดทั้งสิ้น เช่น เสื้อยืด กระเป๋าผ้า ตุ๊กตา ฯลฯ จะเว้นที่ว่างให้ลูกค้าซื้อตัวรีดแบบต่างๆ มาติดลงบนสินค้าตามใจของตัวเอง ซึ่งตัวรีดมีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบตัวเดี่ยว จัดชุด ดีไซน์เป็นตัวอักษร ตัวเลข ตัวการ์ตูน สัตว์ ดอกไม้ ผลไม้ ฯลฯ รวมแล้วมีมากกว่าพันรายการทีเดียว ส่วนราคาสินค้าในร้าน จะแตกต่างกันไป เริ่มต้นที่ 30 บาทถึงสูงสุด ประมาณ 1,000 บาท ได้แก่ กระเป๋าผ้า
ธวัชชัย อธิบายการทำงาน หน้าที่ออกแบบเป็นของหนึ่งในหุ้นส่วนธุรกิจ ซึ่งจบด้านศิลปะคอยเป็นหลักในการวางรูปแบบ ส่วนการผลิตใช้วิธีว่าจ้างโรงงานภายนอก ขณะที่การตลาด สัดส่วนจะแบ่งเป็นขายในประเทศ และต่างประเทศอย่างละครึ่ง โดยตลาดภายในเน้นขายผ่านหน้าร้าน ซึ่งปัจจุบันมี 3 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า สยามสแควร์ ซ.4 และห้างสยามพารากอน ส่วนตลาดต่างประเทศ จะเน้นออกงานแฟร์สินค้าของขวัญ ลูกค้าหลักได้แก่ ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ เป็นต้น
“ร้านแอพพลิเก้ มีแนวคิดหลักต้องการให้คนที่รักงานแฮนด์เมด แต่ยังไม่คุ้นเคยกับงานแฮนด์เมดมากนัก สามารถมาเริ่มต้นได้ง่ายๆ ซึ่งจากดีไซน์ที่แตกต่าง ทำให้เราได้กลุ่มลูกค้าที่กว้างกว่าที่คิดไว้ ตอนแรกวางไว้ที่วัยรุ่น แต่ผลตอบรับที่ผ่านมา คนวัยทำงาน เรื่อยไปถึงสุภาพสตรีวัยผู้ใหญ่ และกลุ่มแม่บ้านก็สนใจงานของเราไม่น้อย ทำให้ผมมั่นใจว่า สินค้าของเรามีศักยภาพที่จะเปิดตลาดได้อีกมาก”
แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจเวลานี้ จะชะลอตัว แต่สำหรับเอสเอ็มอีไทยรายนี้ กลับสวนกระแส ธวัชชัย ระบุว่า ช่วง 3 ปีที่ทำธุรกิจนี้มาถือเป็นเวลาลงทุน จนปัจจุบันผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจดีขึ้นต่อเนื่อง และมีฐานลูกค้าประจำค่อนข้างแน่นอนแล้ว คาดว่าจะคืนทุนและได้กำไรอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งการเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจดังกล่าว คิดว่าเป็นเพราะสินค้ามีจุดต่าง และเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มไม่อิงกระแสตลาด รวมถึง ลูกค้าหลักเป็นผู้มีศักยภาพในการซื้อสูง
สำหรับแผนธุรกิจ ในอนาคตนั้น จะเร่งทำตลาดให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผ่านการสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง เพิ่มตัวแทนจำหน่าย และออกสินค้าใหม่ๆ สม่ำเสมอ นอกจากนั้น เพิ่มสินค้าสู่กลุ่มของตกแต่งบ้าน เพื่อขยายฐานลูกค้าอีกด้วย
*************************
โทร.0-2634-4133 , 08-9199-4634 หรือ www.appliqueshop.com
อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์
การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็กท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม
โดย...หทัยชนก ขวัญขำ
อารม วรานุศิษฎ์
ปัญหาของเยาวชนไทยทุกวันนี้กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ เริ่มตั้งแต่ปัญหายาเสพติดทุกชนิดที่นำมาเสพเหมือนขนมหวานที่แสนอร่อย ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่และครูบาอาจารย์ ก้าวร้าว ก่ออาชญากรรมโหด เชื่อเพื่อน คลั่งวัตถุนิยม และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เยาวชนไทยลืมคำว่า “คุณธรรม จริยธรรม”
เมื่อคุณธรรมจริยธรรมเสื่อมถอยลงไปเช่นนี้ ความเห็นแก่ตัวก็เข้ามาครอบงำ ทำให้เขาเหล่านี้เกิดค่านิยมที่ผิด จนกลายเป็นความเคยชินของคนในสังคม นำมาซึ่งความเสื่อมเสียทางด้านศีลธรรม เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยพัฒนาด้วยวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่เด็กหรือเยาวชนท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคมก่อนที่จะสายเกินแก้
พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปรารภไว้ด้วยทรงวิตกและห่วงใย ในตอนหนึ่งว่า
“......ความเปลี่ยนแปลงตอนหนึ่งที่น่าวิตกก็คือ ทุกวันนี้ความคิดอ่านและความประพฤติหลายๆอย่างซึ่งแต่ก่อนถือว่าเป็นความชั่ว ความผิด ได้กลายเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับแล้วพากันประพฤติปฎิบัติโดยไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือน จนทำให้เกิดปัญหาและทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมนลงไป ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่จะต้องร่วมกันแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่ละท่านแต่ละฝ่ายต้องยึดหลัการให้มั่นคงที่จะไม่ทำสิ่งใดๆ ที่ชั่วที่เสื่อม ต้องกล้าและบากบั่นที่จะทำแต่สิ่งที่เป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นธรรม.......”
ดังนั้น การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นหน้าที่หลักของสถานศึกษานอกเหนือจากครอบครัวและชุมชนพัฒนามาแล้วระดับหนึ่ง การบริหารและการจัดการศึกษาอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยให้พวกเขาได้พัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ได้ช่วยกันสร้างชุมชนและสังคมให้น่าอยู่ จึงจำเป็นที่จะต้องให้เยาวชนเข้าใจบทบาทของตัวเองในวันนี้เพื่อจะได้กำหนดบทบาทของตัวเองในอนาคตได้อย่างถูกต้อง โดยการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยครูจะต้องเข้ามามีบทบาท เพราะครู คือผู้พัฒนาคุณภาพของคนและสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมรูปแบบใด และคนในสังคมจะเป็นใคร หล่อหลอมมาจากฝีมือของครูทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามการสอนเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมนั้น ต้องอาศัยเวลา เนื่องมาจากเป็นเรื่องของจิตใจที่มีความละเอียดอ่อน จึงค่อยให้ซึมซาบไปทีละน้อย จนเข้าถึงแก่นของหัวใจ ครูจะต้องสร้างความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กที่มีต่อครูก่อน หลังจากนั้นจึงดำเนินการให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
1.ให้เด็กรับรู้ความหมาย วิธีปฏิบัติ ประโยชน์และความสำคัญ
2. จัดกิจกรรมอย่างหลากหลายในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม
3. ให้เด็กได้เห็นคุณค่าของการรักษา ส่งเสริม ปรับปรุงแก้ไขกิจกรรมของตนเอง
4. ประสานความสัมพันธ์กับบุคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและสร้างเสริมพฤติกรรม
5. ยกย่อง ชมเชย ให้ขวัญและกำลังใจเพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงถือเป็นวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่เด็กท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม และขอยกตัวอย่างของ ชวน บุญแสนแผน เพื่อเป็นข้อคิดดังนี้
“ศิษย์จักดีเพราะครูดีเป็นที่ตั้ง
ศิษย์สมหวังรอบรู้เพราะครูเก่ง
ศิษย์จักมีคุณธรรมรู้ยำเกรง
สังคมเองต้องช่วยครูไม่ดูดาย”
อารม วรานุศิษฎ์
ปัญหาของเยาวชนไทยทุกวันนี้กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ เริ่มตั้งแต่ปัญหายาเสพติดทุกชนิดที่นำมาเสพเหมือนขนมหวานที่แสนอร่อย ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่และครูบาอาจารย์ ก้าวร้าว ก่ออาชญากรรมโหด เชื่อเพื่อน คลั่งวัตถุนิยม และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เยาวชนไทยลืมคำว่า “คุณธรรม จริยธรรม”
เมื่อคุณธรรมจริยธรรมเสื่อมถอยลงไปเช่นนี้ ความเห็นแก่ตัวก็เข้ามาครอบงำ ทำให้เขาเหล่านี้เกิดค่านิยมที่ผิด จนกลายเป็นความเคยชินของคนในสังคม นำมาซึ่งความเสื่อมเสียทางด้านศีลธรรม เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยพัฒนาด้วยวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่เด็กหรือเยาวชนท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคมก่อนที่จะสายเกินแก้
พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปรารภไว้ด้วยทรงวิตกและห่วงใย ในตอนหนึ่งว่า
“......ความเปลี่ยนแปลงตอนหนึ่งที่น่าวิตกก็คือ ทุกวันนี้ความคิดอ่านและความประพฤติหลายๆอย่างซึ่งแต่ก่อนถือว่าเป็นความชั่ว ความผิด ได้กลายเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับแล้วพากันประพฤติปฎิบัติโดยไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือน จนทำให้เกิดปัญหาและทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมนลงไป ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่จะต้องร่วมกันแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่ละท่านแต่ละฝ่ายต้องยึดหลัการให้มั่นคงที่จะไม่ทำสิ่งใดๆ ที่ชั่วที่เสื่อม ต้องกล้าและบากบั่นที่จะทำแต่สิ่งที่เป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นธรรม.......”
ดังนั้น การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นหน้าที่หลักของสถานศึกษานอกเหนือจากครอบครัวและชุมชนพัฒนามาแล้วระดับหนึ่ง การบริหารและการจัดการศึกษาอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยให้พวกเขาได้พัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ได้ช่วยกันสร้างชุมชนและสังคมให้น่าอยู่ จึงจำเป็นที่จะต้องให้เยาวชนเข้าใจบทบาทของตัวเองในวันนี้เพื่อจะได้กำหนดบทบาทของตัวเองในอนาคตได้อย่างถูกต้อง โดยการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยครูจะต้องเข้ามามีบทบาท เพราะครู คือผู้พัฒนาคุณภาพของคนและสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมรูปแบบใด และคนในสังคมจะเป็นใคร หล่อหลอมมาจากฝีมือของครูทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามการสอนเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมนั้น ต้องอาศัยเวลา เนื่องมาจากเป็นเรื่องของจิตใจที่มีความละเอียดอ่อน จึงค่อยให้ซึมซาบไปทีละน้อย จนเข้าถึงแก่นของหัวใจ ครูจะต้องสร้างความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กที่มีต่อครูก่อน หลังจากนั้นจึงดำเนินการให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
1.ให้เด็กรับรู้ความหมาย วิธีปฏิบัติ ประโยชน์และความสำคัญ
2. จัดกิจกรรมอย่างหลากหลายในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม
3. ให้เด็กได้เห็นคุณค่าของการรักษา ส่งเสริม ปรับปรุงแก้ไขกิจกรรมของตนเอง
4. ประสานความสัมพันธ์กับบุคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและสร้างเสริมพฤติกรรม
5. ยกย่อง ชมเชย ให้ขวัญและกำลังใจเพื่อให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงถือเป็นวิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่เด็กท่ามกลางตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม และขอยกตัวอย่างของ ชวน บุญแสนแผน เพื่อเป็นข้อคิดดังนี้
“ศิษย์จักดีเพราะครูดีเป็นที่ตั้ง
ศิษย์สมหวังรอบรู้เพราะครูเก่ง
ศิษย์จักมีคุณธรรมรู้ยำเกรง
สังคมเองต้องช่วยครูไม่ดูดาย”
ปาย เมืองเล็กๆ ติสๆ
ปาย
เมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา
สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า
ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก
ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม
กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา
แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน
ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ ปายได้ดึงดูดนักเดินทางรวมทั้งตัวผมเองให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้
ครั้นเมื่อมาถึงที่นี่ครั้งแรก ทำให้ผมย้อนนึกถึงบรรยากาศคล้ายๆ วังเวียงที่ลาวยังไงอย่างนั้นเลยทีเดียว เดิมที ปาย จะเป็นเพียงทางผ่านของผม ซึ่งเลือกที่จะเดินทางโดยรถยนต์ จากเชียงใหม่ สู่แม่ฮ่องสอน แต่หลังจากที่ได้อ่านหนังสือท่องเที่ยวอยู่หลายเล่ม...อดไม่ได้ครับที่จะต้องแวะพัก 1 คืน (ที่พักปาย) ตั้งใจจะสำรวจก่อนผ่านไปเฉยๆ ในทริปครั้งแรกของผม ซึ่งก็ผ่านมาแปดปีมาแล้ว
|
ปาย ในรอบสองของผมนี้ คือ จุดหมายปลายทาง ไม่ใช่ทางผ่านอีกต่อไป ตั้งใจจะสำรวจให้ทั่วๆ
สักที รอบนี้จึงมีรูปสถานที่ท่องเที่ยวมาฝากกันเยอะทีเดียว....
รอบสองนี้เมื่อปลายปี 48 นี้เอง อยากชมรูป คลิก
รูปปาย
นี้เลย
ก่อนครั้งล่าสุด ปลาย ปี 50 ล่าสุดนี้ ปายรอบที่ 3
ผมประมวลภาพ ตัวเมืองปายแบบระเอียด ตามซอยตามมุม บวกรีสอร์ทใหม่ๆ
ถึงใหม่ที่สุด อีกเพียบ แถมข้อมูล บ้านวัดจันทร์ อีก
อ้อ...คงอยากรู้แล้วซิว่า บ้านวัดจันทร์ คืออะไร คลิกนี้เลย
บ้านวัดจันทร์
เมืองเล็กของชุมชนชาวปกากะญอ
รอยต่อแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่
|
|
|||||||||
|
และครั้งล่าสุดนี้ เมื่อ ปลายเดือน ตุลาคม ปี 53
นี้เอง จากการสำรวจ พบว่า คนไทยนิยมเที่ยวปาย
มากขึ้น ถนนคนเดินปาย
ขยายมากขึ้น จากสุดสะพานไม้ไผ่ริมน้ำปาย ไปถึง สี่แยกปายหนาว (Pai
in Love) ไฮไลท์น่าจะอยู่ที่ถนนคนเดิน เริ่มตั้งแต่ 5
โมงเย็น ถึง 4 ทุ่ม หลังสี่ทุ่มตลาดเริ่มวายโดยตัวของมันเอง
ถึงจะจอดรถริมถนนได้ (หากคุณต้องพักรีสอร์ทแถวถนนคนเดิน)
หรือไม่ก็จอดในวัดกลาง แต่ก็เสียวๆรถถูกทุบกระจกอยู่เหมือนกัน
รอบนี้ผมได้อับเดท ปายฮิตๆไว้เยอะเช่น Coffee
in Love, Coffee Hillside, สี่แยกปายหนาว
หรือ Pai in Love, บ้านดิน
หมู่บ้านยูนนาน, ปางอุ๋ง, บ้านรักไทย, บ้านรวมไทย, การเดินทาง,
แพ็คเก็จทัวร์ปายต่างๆ อีกเพียบ
ที่สุดแห่งความละเอียดทุกซอกทุกมุมของปาย
|
||||||||||
|
|
|
|
|
|
||
|
|
|
|
ปายได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งยุโรป ญี่ปุ่น
มานานแล้ว สำหรับคนไทยแล้ว เพิ่งบูม 3 ปีที่ผ่านมา
สำหรับปีใหม่ปีนี้ ที่ปายนั่งท่องเที่ยวเยอะเป็นพิเศษ
ที่พักหลายที่เต็มไปตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคม ฝนยังไม่หมดดีเลย
ก็เต็มกันซะแล้ว ช่วงวันหยุดต่อเนื่องยาวๆ เดือนธันวา
โดยเฉพาะปลายปี อันนี้ไม่แนะนำให้ไปครับ
นักท่องเที่ยวเยอะมากเกินไป ต้องไปแย่งเข้าคิวกันทานอาหาร
แถมยังราคาที่พักก็สูงกว่าปกติเป็นพิเศษ คงไม่สนุกแน่
ยังมีอะไรอีกเยอะ....อ่าน
ถามตอบเรื่องปาย
ได้ที่นี่
พักผ่อนอย่างจริงจัง สัก 2- 3 วัน คงจะดีไม่น้อย จิบกาแฟร้อนๆ
อ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ริมระเบียงรีสอร์ท บางทีจะติดริมน้ำ
หรือริมทุ่งคงจะดีไม่น้อย นั่งทอดสายตาไปไกลๆ ท่ามกลางทะเลหมอกยามเช้า
คุณอาจได้ไอเดีย ดีๆ กลับมาเริ่มต้นปีใหม่อย่างที่ไม่เคยมาก่อน
ที่พักชั้นยอด dusit thani hua hin
Dusit Thani Hua Hin
ดุสิตธานี หัวหิน |
ตั้งอยู่ในดินแดนแห่งเสน่ห์มนต์ขลังและมีเอกลักษณ์พิเศษในเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติอันน่าประทับใจของชายทะเลฝั่งตะวันตกของอ่าวไทย
เมืองชายฝั่งทะเลอย่างหัวหินสามารถรักษา
เสน่ห์ความเป็นไทยอันเงียบสงบ
ซึ่งดึงดูดใจและเหมาะกับรสนิยมชนชั้นสูงในสมัยก่อน
จึงทำให้หัวหินกลายเป็นเมืองตากอากาศฤดูร้อนยอดนิยมสำหรับราชนิกุลไทยมาตั้ง
แต่ปีพ.ศ. 2463 หากขับรถมาจากกรุงเทพฯ คุณจะถึงหัวหินอย่างสบายๆ
ในเวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่ง ชายหาดอันสวยงาม
อากาศแบบเมืองร้อนที่ยอดเยี่ยม และความเชียวชอุ่ม
ทำให้หัวหินกลายเป็นสถานพักตากอากาศที่หรูหราและสมบูรณ์แบบอย่างมาก
สำหรับลูกค้าที่ต้องการรีสอร์ทที่มีความ
สมบูรณ์พร้อมในตัว
โรงแรมหรูของเราให้บริการห้องพักที่มีพร้อมสรรพที่คุณต้องการ
ทั้งทางเลือกในการรับประทานอาหารและความบันเทิง
สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและเล่นกีฬาที่หลากหลาย
รวมไปถึงกีฬาทางน้ำ เทนนิส และสนามสควอทซ์ ศูนย์ฟิตเนส และเส้นทางขี่ม้า
เสริมด้วยเทวารัณย์สปาหัวหิน อันสงบเงียบสำหรับที่สุดแห่งการปรนนิบัติ
ด้วยประวัติความเป็นมาที่เป็นตำนานและการ
บริการเอาใจที่น่าจดจำ ส่งผลให้โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน
มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะตัวเลือกที่พักแบบรีสอร์ทชายทะเล
ของเหล่าชนชั้นสูงในประเทศไทย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)